ทำความรู้จักประวัติแนวเพลงสุดต่างกับ Dance และ Opera

opera
ทำความรู้จักประวัติแนวเพลงสุดต่างกับ Dance และ Opera
0 votes, 0.00 avg. rating (0% score)

ถ้าเวลาพูดถึงดนตรีทั้ง 2 แนวไม่ว่าจะเป็นแนว Dance หรือว่าแนว Opera นั้นเชื่อว่าทุกคนก็น่าจะพอคุ้นหูอยู่บ้าง โดยเพลง Dance ก็พอจะบรรยายได้ง่ายๆ ว่าเป็นแนวเพลงที่เน้นสนุกสนาน เน้นทำให้มีการเต้นหรือมีจังหวะจะโคนที่ค่อนข้างรวดเร็ว กระตุ้นอารมณ์ ส่วนเพลงแนว Opera นั้นจะเป็นแนวดนตรีที่เน้นการใช้พลังเสียงของผู้ร้องเป็นส่วนใหญ่ เพลงจะเน้นไปที่ความหมายดีๆ ซึ่งก็ลองมาดูประวัติที่น่าสนใจของแนวดนตรีทั้ง 2 แนวนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

ประวัติดนตรีแนว Dance

จริงๆ แล้วดนตรีแนว Dance นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากคำว่า Electronic Dance Music เหตุผลที่ใช้คำว่าอิเล็กทรอนิกส์ก็เพราะเพลงแนวแดนซ์ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเพลงที่ทำมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ซึ่งแนวดนตรีแดนซ์แบบนี้ถูกพัฒนามาจากดนตรีแนวดิสโก้ในช่วงยุคทศวรรษที่ 1970 ซึ่งเพลงแนวดิสโก้นั้นเป็นเพลงแนวเต้นที่มีความสนุกสนานเหมือนกัน แต่ดนตรีทีเกิดก็จะเกิดขึ้นกับเครื่องดนตรีต่างๆ ส่วนเพลงแนวแดนซ์นั้นก็มีจุดเริ่มต้นประมาณยุคทศวรรษ 1980 เป็นเพลงที่ไม่ค่อยใช้เครื่องดนตรีจริงๆ ในการแต่ง โดยมากแล้วมักมาจากโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดดนตรีแนวแปลกใหม่ที่สนุกสนาน ซึ่งแนวแดนซ์ที่ว่านี้ส่วนมากมักจะนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความครึกครื้นหรือต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับสิ่งต่างๆ คนที่ได้ฟังเพลงแนวแดนซ์ทุกคนนั้นจะรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุข แม้บางครั้งเนื้อเพลงอาจจะดูฟังยากไปสักเล็กน้อยก็ตามที นักร้องที่ร้องเพลงแดนซ์จนมีชื่อเสียง อาทิ DJ Shadow, Moby, Orbital, Aphex Twin, Massive Attack เป็นต้น

ประวัติดนตรีแนว Opera

แนวเพลงโอเปร่า หรือว่าภาษาไทยใช้คำว่า อุปรากร มีต้นกำเนิดจริงๆ มาจากประเทศอิตาลี ในยุคทศวรรษที่ 16 เชื่อกันว่าต้นกำเนิดจริงๆ นั้นมีมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ลักษณะดนตรีประเภทนี้จะเน้นไปที่การร้องเพลงเพื่อให้เกิดการประสานเสียงสลับไปกับการพูดเล็กน้อยเพื่อให้ดูน่าสนใจและไม่น่าเบื่อจนเกินไป ซึ่งการแสดงโอเปร่านั้นจะต้องประกอบไปด้วย เนื้อเรื่อง, ดนตรี และนักแสดง ทุกอย่างต้องสอดประสานกันอย่างลงตัวส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการแสดงดนตรีที่คนชั้นสูงหรือคนที่มีความชื่นชอบจริงๆ เท่านั้นจะให้ความสนใจ ทว่าในปัจจุบันเองก็พยายามมีการแสดงโอเปร่าที่ให้คนทั่วๆ ไปเข้าใจมากยิ่งขึ้นด้วย

ประเภทของการแสดงโอเปร่า

  1. Opera – เป็นการแสดงที่ลึกซึ้งของโอเปร่า ไม่มีการพูดมีแต่บทร้อง คนดูจำเป็นต้องตั้งใจดูเป็นพิเศษ
  2. Comic Opera – คือการแสดงที่เน้นเสียงหัวเราะ ตลกขบขัน จะมีบทพูดแทรกไปกับการร้องเพลง
  3. Operetta – คือการแสดงเน้นบทบาทสะท้อนสังคม มีการแทรกมุขตลกบ้าง หรืออาจเป็นความน่ารักทั่วไป
  4. Continuous Opera – เน้นการใช้ดนตรีเชื่อมเนื้อหาให้เข้ากันซึ่งผู้นำจะใช้แต่เสียงดนตรีแสดงไปจนจบ
ทำความรู้จักประวัติแนวเพลงสุดต่างกับ Dance และ Opera
0 votes, 0.00 avg. rating (0% score)